ข่าวประชาสัมพันธ์

Hungry Hub: คุมงบกินข้าว จบทุกมื้อ งบไม่บานปลาย

16 มีนาคม 2565 Hungry Hub: คุมงบกินข้าว จบทุกมื้อ งบไม่บานปลาย

Hungry Hub: คุมงบกินข้าว จบทุกมื้อ งบไม่บานปลาย

Hungry Hub: All you can eat

นางสาวพัชมณ พลายมี
สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)

       หลังจากภาครัฐผ่อนคลายมาตรการควบคุมการให้บริการของร้านอาหารภายใต้สถานการณ์การระบาดของโรคระบาดโควิด 19 ทำให้ผู้บริโภคเริ่มกลับมาใช้บริการในร้านอาหารมากขึ้น โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าธุรกิจร้านอาหารจะขยายตัวร้อยละ 9.9 จากปี 2564 แต่เป็นการขยายตัวเฉพาะกลุ่มหรือประเภทร้านอาหาร ซึ่งคาดว่าร้านอาหารที่ให้บริการเต็มรูปแบบจะสามารถเติบโตได้ก่อน โดยเฉพาะร้านอาหารในห้างสรรพสินค้าหรือร้านอาหารที่มีชื่อเสียง  ทั้งนี้ ปัจจัยสนับสนุนอีกส่วนที่สำคัญมาจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรที่ครัวเรือนมีขนาดเล็กลงและต้องการความสะดวกสบายมากขึ้น ส่งผลให้ผู้บริโภคมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมาทานอาหารนอกบ้านหรือซื้ออาหารสำเร็จรูปมาทานที่บ้านมากขึ้น นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังคงต้องการรับประทานอาหารที่คุ้มค่า คุ้มราคา และควบคุมงบประมาณได้
          การนำเทคโนโลยีมาช่วยในการกำหนดราคาอาหารของร้านอาหาร การเสนอขายแพ็คเกจ จะช่วยลดระยะเวลาในการจัดทำข้อมูลออนไลน์ ลดความผิดพลาดของข้อมูลที่เกิดจากความผิดพลาดของมนุษย์ และเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการข้อมูลที่เกี่ยวกับการจัดทำบัตรส่วนลด บัตรกำนัล คูปอง ตลอดจนการทำการตลาดให้ตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น
บริษัท แอปป์เซอร์เวชั่น จำกัด มองเห็นโอกาสทางธุรกิจ จึงได้พัฒนา “Hungry Hub: แพลตฟอร์มการจัดการร้านอาหารและการจองร้านอาหาร” โดยใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligent : AI) เพื่อช่วยกำหนดราคาอาหารให้เหมาะสมกับร้านอาหาร ลดขั้นตอนการทำงานที่ซับซ้อนของการนำข้อมูลร้านอาหารขึ้นสู่ระบบ ระบบการนำเสนอขายแพ็คเกจอาหารให้เหมาะสมกับงบประมาณของลูกค้าองค์กร  และระบบแนะนำร้านอาหารให้ตรงตามความสนใจของผู้ใช้งาน โดยอาศัยการเรียนรู้พฤติกรรมการจองร้านอาหารของผู้ใช้งานเพื่อช่วยเปลี่ยนร้านอาหารแบบ A la carte ให้เป็นแบบ A la carte buffet กับการสร้างสรรค์เมนูที่ดึงดูด และการทำการตลาดให้ตรงกับความต้องการของกลุ่มผู้บริโภคในไทย เพื่อสร้างยอดขายให้แก่ร้านอาหารได้ถึงร้อยละ 20–50 และสร้างความคุ้มค่าให้กับผู้บริโภคในราคาอาหารสุทธิและราคาที่ถูกกว่าหน้าร้าน ซึ่งแพลตฟอร์มเปิดให้บริการครอบคลุมพื้นที่ในเขตกรุงเทพมหานคร ภูเก็ต พัทยา และหัวหิน และจะขยายพื้นที่ให้บริการไปยังประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย จึงถือเป็นโอกาสในการขยายกิจการให้กับธุรกิจร้านอาหารไทยนั่นเอง
 ผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ
          โครงการดังกล่าว ช่วยสร้างยอดขายให้แก่ร้านอาหารได้ถึงร้อยละ 20 – 50  และสร้างความคุ้มค่าให้กับผู้บริโภคในราคาอาหารสุทธิและราคาที่ถูกกว่าหน้าร้านถึงร้อยละ 23 ทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงร้านอาหารแบบ A la carte ได้ถึง 2 เท่า อีกทั้งยังช่วยสร้างโอกาสการขยายกิจการให้กับธุรกิจร้านอาหารกว่า 700 ร้านค้า และมีผู้ใช้งานแอพพลิเคชันกว่า 1.3 ล้านคน โดยสามารถเพิ่มยอดขายให้กับร้านค้าได้ 1 - 5 แสนบาทต่อร้านค้า ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีรายได้กว่า 60 ล้านบาท
ผลกระทบทางด้านสังคม
          เกิดการจ้างงานมากขึ้นจากการไปใช้บริการร้านอาหารแบบมีหน้าร้านของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น และช่วยให้ธุรกิจร้านอาหารสามารถฟื้นตัวได้ในสถานการณ์โรคระบาดโควิด 19
Hungry Hub : แพลตฟอร์มการจัดการร้านอาหารและการจองร้านอาหารแบบ A la carte buffet ได้รับการสนับสนุนภายใต้โครงการนวัตกรรมแบบเปิด ด้านเศรษฐกิจ
ภูมิภาคกลาง กรุงเทพฯและปริมณฑล


ผู้สร้างสรรค์นวัตกรรม: บริษัท แอปป์เซอร์เวชั่น จำกัด
ที่อยู่: 117/11 อาคารปานจิตต์ทาวเวอร์ ชั้น 8  ซอยสุขุมวิทซอย 55 (ทองหล่อ) แขวงคลองตันเหนือ
เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110 เบอร์ติดต่อ: 083-916-3158
สนใจผลิตภัณฑ์เข้าชมได้ที่:
www.hungryhub.com


สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.)
องค์กรหลักในการเสริมสร้างระบบนวัตกรรมแห่งชาติเพื่อเพิ่มคุณค่าที่ยั่งยืน

ที่อยู่: 73/2 ถนนพระรามที่ 6 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400

Copyright © National Innovation Agency (NIA) 2019 All rights reserved.